อัพเดตเรื่องสุขภาพและความงาม แฟชั่น ได้ที่นี่

โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ สาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร

โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่จะเกิดขึ้นที่บนหนังศีรษะเท่านั้น  ยังสามารถเกิดขึ้นกับขนบนส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ด้วย เช่น คิ้ว หนวด อาการที่พบบ่อยจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน สาเหตุของโรค Alopecia Areata หรือ ผมร่วงเป็นหย่อม ผมร่วงเป็นวงนั้น เกิดจากการอักเสบ ของชั้นภายใต้ผิวหนังศีรษะ เกิดจากภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง เป็นการทำลายผิวหนัง ที่มีรูขุมขน (Hair-bearing skin) ทุกส่วน แต่ไม่ได้เป็นการทำลายอย่างถาวร หลังจากโรคสงบลง ผมหรือเส้นขนจะสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ และสามารถแบ่งตามตำแหน่งและความรุนแรง ได้ดังนี้

  • Alopecia areata (AA) : มีผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ที่ศีรษะ หรืออาจมีหย่อมขนร่วงที่คิ้ว หนวดขนบริเวณใบหน้าหรือลำตัว
  • Alopecia totalis (AT) : ผมที่ศีรษะร่วงทั้งหมด
  • Alopecia universalis (AU) : ผมที่ศีรษะ และขนที่ตัว, ขนรักแร้, ขนหัวหน่าว, ร่วงทั้งหมด

โรคนี้ไม่ทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่จะมีผลกระทบต่อรูปลักษณ์ภายนอก ความสวยงามค่อนข้างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบ ต่อสภาพจิตใจแก่ผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Alopecia Universalis ซึ่งมีความรุนแรงของโรคมากที่สุด และมักตอบสนองต่อการรักษาต่าง ๆ น้อยที่สุด

ผู้ป่วยในโรคนี้ ส่วนใหญ่จะมีจุดที่ผมร่วงเป็นหย่อม โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ เพียงไม่กี่จุดเท่านั้น และผมจะกลับมาขึ้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ แต่อาจเกิดปัญหาที่หนักขึ้น เช่น โรคผมร่วงหมดศีรษะ (AT) หรือในกรณีรุนแรง อาจทำให้เกิดโรคผมร่วงทั่วตัว (AU) คือ ผมร่วงหมดศีรษะ ขนคิ้ว ขนตา และขนตามร่างกายก็ร่วงด้วย

โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ

ใครมีโอกาสเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมได้บ้าง

อัตราในการเกิดโรคนี้เท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นได้ เฉลี่ยที่พบโรคนี้คือประมาณ 30 ปี แต่ขณะเดียวกันก็สามารถเกิดขึ้น ที่ช่วงอายุใดก็ได้ ความเสี่ยงของผู้ที่ป่วยเป็น โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ เกิดขึ้นเฉลี่ย 1 ใน 1000 คน หรือ ประมาณ 2%

อาการของโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่พบโดยทั่ว ๆ ไป

ผมร่วงเป็นหย่อม
มักเริ่มต้นด้วยการเกิดหย่อมที่ผมร่วง ลักษณะเป็นจุดกลม ๆ ผิวหนังอ่อนนุ่ม เส้นผมร่วงจนเกลี้ยง ขนาดประมาณเหรียญบาท ในระยะแรก คุณอาจสังเกตเห็นว่า มีกระจุกผมร่วงอยู่บนหมอน หรือผมร่วงมากกว่าปกติเวลาอาบน้ำสระผม ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดบริเวณหนังศีรษะ แต่ความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังส่วนที่มีขนทั้งหมด บางกรณีอาจเกิดกับผิวหนังบริเวณคิ้ว ขนตา หรือหนวดได้ด้วย

มีเส้นผมสั้นรูปร่างคล้าย เครื่องหมายอัศเจรีย์
คือ มีผมเส้นสั้น ๆ ที่โคนผมเรียวเล็กกว่าปลายผม งอกขึ้นบริเวณขอบของหย่อมที่ผมร่วง

เล็บผิดปกติ
โรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถ ส่งผลกระทบกับเล็บมือ และเล็บเท้าได้ด้วย เช่น เล็บมีรอยบุ๋ม เล็บมีจุดขาว เล็บมีเส้นขาว หน้าเล็บขรุขระ เล็บไม่เงา เล็บบาง เล็บเปราะฉีกขาด ในบางกรณี อาจทำให้เล็บเปลี่ยนรูปทรง หรือทำให้เล็บหลุดได้ด้วย

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือ จากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ปัจจัยเสี่ยงของโรคผมร่วงเป็นหย่อม

ปัจจัยเหล่านี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมของคุณได้

  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้
  • มีอาการของโรคตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) หรือมีอาการของโรคนานเกิน 1 ปี
  • มีประวัติโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองอื่นๆ
  • เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  • ผมร่วงมากผิดปกติ
  • เล็บมือและเล็บเท้ามีสี รูปร่าง ความหนา หรือลักษณะผิดปกติ

โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ เป็นปัญหาหนักใจ แก้ไขได้อย่างไร

ลักษณะอาการของโรคนี้นั้น ผมที่ร่วงเป็นหย่อมและเป็นวงกลม ที่เห็นขอบเขตได้ชัดเจน สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่ง มักจะเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ มักมีอาการแสบหรือ อาจคันบริเวณก่อนที่จะมีอาการผมร่วง ส่วนใหญ่มักจะพบอาการที่บริเวณศีรษะ แต่ก็เกิดขึ้นตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ ทำให้เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจไม่ใช่น้อย

และอาจมีผมหักเป็นตอสั้น ๆ ที่ติดหนังศีรษะ บริเวณขอบของรอยโรคที่กำลังจะขยาย เนื่องจากเส้นผมที่สร้างขึ้นใหม่เปราะและผิดปกติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน หรือค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ แต่ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ สำหรับผู้ป่วยทุกรายที่มีอาการของโรคเกิดขึ้น

สำหรับโรคผมร่วงเป็นหย่อม ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ทำงานผิดปกติมาทำลายรูขุมขน แต่ถ้าหากโรคสงบลงแล้วรูขุมขนก็ยังสามารถกลับมาสร้างเส้นขนได้ใหม่ตามปกติ นอกจากนี้ยังมีโรคที่อาจพบร่วมกับโรคนี้ได้คือ ต่อมไทรอยด์อักเสบ ด่างขาว หรือกลุ่มโรคภูมิแพ้

สามารถตรวจวินิจฉัยได้ ด้วยการตรวจลักษณะของผมร่วง ผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะของรอยโรคไม่ชัดเจน หรือ สงสัยภาวะอื่นร่วมด้วย แพทย์จะขอตัดชิ้นเนื้อบริเวณรอยโรค เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคได้

โดยปกติแล้ว บริเวณที่ผมร่วงจะมีผมงอกใหม่ได้เองภายในเวลา 1 ปี และคุณอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่รอผมงอกใหม่ คุณอาจต้องดูแลตัวเองด้วยอุปกรณ์เหล่านี้

  • แฮร์พีช (Hairpieces) หรือวิกผม เพื่อปิดบริเวณที่ผมร่วงเป็นหย่อม
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษา สามารถรักษาได้หรือไม่

หากท่านที่มีอาการของผมร่วงน้อยก็ไม่จำเป็นต้องรักษา เพราะอาการจะหายไปได้เอง ส่วนผู้ที่มีผมร่วงเป็นบริเวณกว้าง ผมร่วงมากผิดปกติ การรักษาขึ้นกับอายุของผู้ป่วย และความกว้างของหย่อมผมที่ร่วง โดยจะรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ลงที่ผิวหนังหรือ หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาเฉพาะจุด เหมาะกับผู้ป่วยที่มีหย่อมผมร่วง ที่ไม่กว้างมากนัก เป็นการรักษาที่ให้ผลดี เนื่องจาก การฉีดยาทำให้มีความเข้มข้นของยาที่บริเวณรากผมมากกว่าการทายา
  • การทายาเฉพาะที่ มียาหลายชนิดให้เลือกใช้การรักษาด้วยการทายาเหมาะกับผู้ที่มีผมร่วงเล็กน้อยจนถึงผมร่วงมาก ควรเลือกใช้ยาที่เป็นรูปแบบน้ำหรือโลชั่น เนื่องจากความสะดวกในการใช้ แต่หากเป็นเด็ก แพทย์จะให้ใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาแทน ในบางกรณี แพทย์อาจให้ใช้ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) ในการรักษาร่วมด้วย นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งยาแอนทราลิน (Anthralin) ให้คุณใช้ทาในบริเวณผิวหนังที่มีปัญหาผมร่วง เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ โดยคุณอาจต้องใช้ยานี้อย่างน้อย 2 เดือน เส้นผมใหม่จึงจะเริ่มงอก
  • การรับประทานยา มีหลายชนิดให้เลือกใช้ ยาบางชนิดอาจใช้ได้ผล แต่พบว่ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูง และมีผลข้างเคียงมาก

ทั้งนี้การรักษาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากยาอาจมีผลข้างเคียง เช่น ทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่หนังศีรษะ มีผื่นที่บริเวณอื่นของร่างกาย ขนดก เป็นรอยขาวหรือรอยดำที่หนังศีรษะ บริเวณที่ทายา หรือยาบางชนิดมีผลข้างเคียงมาก เช่น ทำให้ผิวหนังบางเป็นรอยแดง

หากป่วยเป็นโรคAlopecia Areata แล้วควรดูแลตนเองอย่างไร

  • ควรมารับการรักษาต่อเนื่อง เนื่องจากการรักษาอาจใช้เวลาในการรักษาหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปีและยังมีโอกาสเกิดซ้ำได้อีก
  • ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำ และควรระมัดระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา
  • ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากยาบางชนิดไม่ได้ผล หรือมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
  • ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เนื่องจากภาวะเจ็บป่วย หรือความเครียดอาจทำให้โรคกำเริบได้
  • ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ เพราะอาหารมีผลต่อสุขภาพผม ไม่มีอาหารใดที่ห้ามรับประทานในคนที่เป็นโรคนี้
  • ถ้าผู้ป่วยที่มีการใช้ยาทา หรือรับประทานยาอื่น หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

เมื่อเรารู้จัก และเข้าใจสาเหตุของโรคนี้แล้ว ก็ไม่ควรไปล้อเลียน หรือวิพากษ์วิจารณ์รูปลักษณ์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นการ Body Shaming อีกรูปแบบหนึ่ง เพราะคงไม่มีใครอยากป่วย จนต้องโกนศีรษะตัวเองให้สูญเสียความมั่นใจเช่นกัน

จากข่าวสะท้านวงการฮอลลีวูดที่ดาราผิวสีชื่อดัง วิล สมิธ ตบหน้าพิธีกรชายคริส ร็อก ในงานประกาศรางวัลออสการ์ 2022 เนื่องจากพิธีกรหนุ่มพูดจาล้อเลียน จาดา พิงเก็ตต์ สมิธ ภรรยาของวิล สมิธ ที่ป่วยเป็น โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ (Alopecia Areata) ที่ต้องโกนผม จนทำให้ขาเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมานั่นเอง

 

อ่านบทความอื่นๆ »»ผมบาง ศีรษะล้าน

บทความแนะนำ » »อนิเมะ