เตือนสายชาบู

เตือนสายชาบู สายปิ้งย่าง ควรแยกที่คีบของสุกดิบ ป้องกันเป็นโรคไข้หูดับ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องของผู้ป่วยที่เชื่อว่าเป็นโรคไข้หูดับจากการกินหมูกระทะ ไม่ได้เปลี่ยนตะเกียบคีบหมูดิบ ล่าสุดแพทย์ให้ข้อมูลว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นโรคไข้หูดับ แต่เกิดจากการติดเชื้อชื่อคล้ายกันคือ Streptococcus group B แนะควรแยกอุปกรณ์คีบของสุกดิบ

ผศ.น.สพ.ดร. อลงกต บุญสูงเนิน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องของผู้ป่วยที่เชื่อว่าเป็นโรคไข้หูดับ จากการรับประทานหมูกระทะ เเต่ไม่ได้เปลี่ยนตะเกียบคีบหมูดิบ ล่าสุด แพทย์จากสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นโรคไข้หูดับ หรือ Streptococcus suis แต่เกิดจากการติดเชื้อที่มีชื่อคล้ายกันคือ Streptococcus agalactiae หรือ Streptococcus group B อย่างไรก็ตาม ไข้หูดับ ยังคงเป็นโรคที่ผู้บริโภคต้องเฝ้าระวังและสามารถป้องกันได้

ไข้หูดับ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อระหว่างคนสู่คน แต่เกิดจากการรับเชื้อที่ปนเปื้อนในอาหาร หรืออยู่ในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสุกร ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นไม่มาก การป้องกันคือต้องระวังพฤติกรรมในการบริโภค โรคนี้มีรายงานว่าสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการทานเนื้อสุกรดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ หรือมีการใส่เลือดเข้าไป อย่าง ลาบ ลู่ หมู-ตับหมก ซอยจุ๊ ที่เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ Streptococcus suis จนเกิดไข้หูดับได้ ดังนั้นเราต้องทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น

ส่วนใครที่ชื่นชอบชาบูหรือหมูกระทะ อุปกรณ์และภาชนะในการใช้รับประทานอาหาร ต้องเน้นย้ำเรื่องสุขอนามัยในการใช้อุปกรณ์ร่วม ระหว่างเนื้อที่สุกแล้วกับเนื้อที่ยังไม่สุก หากใช้ร่วมกันจะทำให้เกิดการสัมผัสกันระหว่างเชื้อจากเนื้อที่ยังไม่สุกได้ แนะนำให้แยกอุปกรณ์ที่คีบระหว่างเนื้อที่ปรุงสุกแล้วกับที่เนื้อที่ยังดิบอยู่ และต้องปรุงสุกด้วยอุณหภูมิ 60-80 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและปลอดโรค

ส่วนผู้ที่ต้องสัมผัสกับเนื้อสุกรดิบโดยตรงก็ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่มีแผล ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย สำหรับเกษตรกรผู้ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสุกร หรือพ่อค้า-แม่ค้าเนื้อสุกร ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับมากกว่าคนทั่วไป ควรสวมรองเท้าบูทยาง สวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด ควรล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสุกรหรือเนื้อสุกร

การเลือกซื้อเนื้อหมูที่ปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื้อหมูต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน และร้านจำหน่ายมีสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ที่กรมปศุสัตว์รับรองความปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งกรมปศุสัตว์มีการส่งเสริมและเข้าตรวจสอบฟาร์มอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า เนื้อสุกรมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ควรสังเกตลักษณะของเนื้อสุกร ต้องเป็นสีธรรมชาติ มีสีอมชมพู ไม่เข้มหรือซีดเกินไป มีความฉ่ำน้ำแต่ต้องไม่เหลวหรือแข็งเกินไป และสังเกตรอยโรค หรือลักษณะผิดปกติ เช่น เป็นก้อนเนื้อ ก้อนเลือด หรือจุดหนอง ลักษณะแบบนี้ไม่ควรเลือกซื้อ เพราะมีโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ และควรเก็บรักษาเนื้อสุกรที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสเป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มจำนวนขึ้นของเชื้อที่อาจจะปนเปื้อนมา

 

อ่านบทความอื่นๆ »» BEAUT

ผู้สนับสนุน » »คลิ๊ก