นวัตกรรมสตาร์ทอัปไทย CircularOne ตู้รับคืนขวด คนหยอดได้เงิน หรือสะสมแต้มได้

เซอร์คูล่าร์วัน (CircularOne) ตู้รับคืนขวดขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง ให้กลายเป็นเงิน ลดปัญหาขยะ แก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน คาดวางขายทั้งในและต่างประเทศในปี 2566

นวัตกรรมสตาร์ทอัปไทย

เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นเร่งด่วนคือ “ปัญหาขยะ” ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีการปล่อยขยะพลาสติกมากถึง 242 ล้านตัน และไทยอยู่อันดับ 12 ยิ่งบริการ Food Delivery และ Online Shopping เพิ่มขึ้น ขยะพลาสติกในไทยก็ยิ่งสูงขึ้น

ไทยพยายามลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว เปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในปี พ.ศ.2565 และตั้งเป้าขยะพลาสติก 7 ชนิดนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ.2570 ขณะที่การประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อควบคุมขยะพลาสติก ซึ่งจะจัดทำร่างให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2567

นั่นหมายความว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกจะต้องเจอกับมาตรการและกฎระเบียบเพื่อควบคุมการผลิตและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องมีหลักการจัดการพลาสติกตลอด Life Cycle ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต การใช้งานและการจัดการหลังการใช้งานเสร็จแล้ว

นวัตกรรมสตาร์ทอัปไทยนวัตกรรมสตาร์ทอัปไทย

สตาร์ตอัปอย่างซัสเทนเทค (SUSTAINTECH) และบริษัท เทนเซ็นต์ จํากัด เล็งเห็นความสำคัญนี้จึงร่วมมือกันนำเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI มาใช้ตรวจสอบคุณภาพวัสดุ คัดแยกประเภทบรรจุภัณฑ์ พัฒนานวัตกรรมคืนขวด “เซอร์คูล่าร์วัน (CircularOne)” ตู้ที่เปิดให้ประชาชนนำขวดชนิดต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว รวมถึงกระป๋องอะลูมิเนียมจากการใช้แล้วมาหยอดในตู้เพื่อนำไปรีไซเคิล โดยมีจุดเด่นคือ ขวดที่นำมาหยอดตู้สามารถแลกเป็นเงินคืนให้กับผู้หยอดได้

นวัตกรรมรับผิดชอบต่อโลก ‘ตู้รับคืนขวด’

จิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์ ประธานบริหารซัสเทนเทค กล่าวถึงข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในปีที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณขยะมูลฝอยรวมถึงขยะบรรจุภัณฑ์ยังคงมีปริมาณสูงเกือบ 25 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญต่อประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะในส่วนของประเภทบรรจุภัณฑ์พบว่า กลุ่มที่บรรจุเครื่องดื่มยังคงมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นแต่กลับไม่ได้รับการหาทางออกหรือมีนวัตกรรมที่ช่วยรักษาระบบนิเวศได้ดีเท่าที่ควร

จึงได้คิดค้น “เซอร์คูล่าร์วัน : CircularOne” นวัตกรรมรับคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำไปรียูสและรีไซเคิลแบบอัตโนมัติ หรือ Reverse Vending Machine รุ่นแรกของประเทศไทย ซึ่งมีความสามารถรับคืนขวดพลาสติกใส กระป๋องอลูมิเนียม ขวดแก้ว และไปจัดเก็บ คัดแยกประเภท ไว้ในสภาพสมบูรณ์

กลไกการทำงานของ CircularOne หรือตู้หยอดรับทรัพย์จะเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ผลิต ผู้ใช้ ผู้รับซื้อ และผู้รีไซเคิลด้วยการเป็นจุดรับคืนขวด ส่งต่อสู่กระบวนการใช้ซ้ำโดยที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งได้จับมือกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง เทนเซ็นต์ : Tencent เพื่อนำระบบ Tencent Cloud มาใช้จัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยและ AI เพื่อตรวจสอบคุณภาพและคัดแยกประเภทของบรรจุภัณฑ์โดยละเอียดและแม่นยำ

ซึ่งโซลูชันดังกล่าวไม่เพียงแต่แยกประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว แต่ยังช่วยตรวจจับความผิดปกติของบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว ซึ่งถือเป็นประเภทบรรจุภัณฑ์ที่มีโอกาสนำกลับมาเข้าสู่ระบบการผลิตใหม่ได้ เช่น ในกรณีที่มีขวดมีรอยแตก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ระบบจะทำการแจ้งเตือน และตีกลับทันที

เทคโนโลยีนี้จะช่วยลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการคัดแยกขวดบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และตอบโจทย์เรื่องการส่งขวดไปรียูสที่โรงงาน สามารถช่วยลดขั้นตอนการผลิตของโรงงานได้อีกด้วย

นวัตกรรมสตาร์ทอัปไทย
ภาพ: กรุงเทพธุรกิจ

มองภาพรวมอย่างยั่งยืนด้วยการ ‘คืนกำไร’

การแก้ไขปัญหาขยะให้เกิดความยั่งยืนได้นั้น จิราวัฒน์อาศัยการสร้างให้เกิดแรงจูงใจจนเกิดเป็นความร่วมมือในทุก ๆ ฝ่าย มองภาพรวมตั้งแต่ผู้ผลิตตู้ ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ของตู้ไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ และผู้ที่นำขวดมารีไซเคิล รวมถึงพี่ ๆ ซาเล้งหรือผู้ที่รับคัดแยกขวดไปขายเอง ทำให้พวกเขาเกิดรายได้จากการแยกขยะตรงนี้

กล่าวคือ CircularOne สามารถคืนกำไรให้กับผู้ที่ร่วมนำบรรจุภัณฑ์มาคืน ณ จุดให้บริการต่าง ๆ ซึ่งเมื่อหยอดขวด-บรรจุภัณฑ์ใส่ในตู้ดังกล่าว จะสามารถเลือกรับเป็นเงิน หรือรับคะแนนสะสมเพื่อไปแลกรับส่วนลดจากร้านค้า หรืออื่น ๆ ผ่านการแสกนคิวอาร์โค้ดง่าย ๆ ทำให้บริการของ CircularOne เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุก ๆ คน ในทุก ๆ วันได้

“ปกติแล้วเราจะหยอดเหรียญผ่านตู้ Vending Machine เพื่อแลกเป็นสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่ม หน้ากากอนามัย แต่พอเป็น Reverse Vending Machine แล้วมันกลับกันคือ เราใส่ขวดเข้าไป และเราได้รับเป็นเงินหรือคะแนนสะสมเป็นสิ่งตอบแทน นวัตกรรมนี้ทุกคนจะต้อง win-win ไปด้วยกัน”

ซึ่งตู้ CircularOne จะสามารถจำหน่ายได้จริงและส่งออกทั้งใน-ต่างประเทศภายในต้นปี 2566 แบ่งเป็นในประเทศไทย ราว 300 เครื่อง และในต่างประเทศจะเริ่มที่ประเทศเขตอาเซียนก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนราคาของตู้ที่ทางทีมผู้บริหารวางไว้จะอยู่ประมาณ 2-3 แสนบาท

โดยขณะนี้มีผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามาอย่างเช่น แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม องค์กรอสังหาริมทรัพย์ คอนโด หมู่บ้านจัดสรร โรงพยาบาล สถานศึกษา โรงแรม ตลอดจนห้างสรรพสินค้าก็สามารถใช้บริการของเครื่องนี้ได้ทั้งหมด

“ในช่วงแรกเราอาจจะยังไม่ได้โฟกัสตัวกำไรเยอะ แต่เรามีความคาดหวังอยากจะให้ตู้ CircularOne เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้ อยากเดิน ๆ ไปแล้วเจอคนมาใช้บริการรับคืนขวดกันถ้วนหน้า เพราะตอนนี้ทุกพื้นที่ต้องการการกำจัดขยะอย่างเร่งด่วน”

 

อ่านบทความอื่นๆ »» BEAUT

ผู้สนับสนุน » »คลิ๊ก