iPhone 14
กดแชร์

iPhone 14 ค่ายยักษ์ใหญ่ได้เปิดตัวเตรียมวางจำหน่าย ควรซื้อดีหรือไม่

เปิดตัวและเตรียมวางจำหน่ายแล้วสำหรับ iPhone 14 และ iPhone 14 Pro เรือธงของแอปเปิล (Apple) จากวันนี้จนถึงช่วงเวลาเดียวกันของปีหน้า 2023

สิ่งที่น่าสนใจของการเปิดตัว iPhone 14 และ iPhone 14 Pro อยู่ตรงที่ ยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล ดูจะทุ่มเทและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ iPhone 14 Pro ในหลายด้าน

ทั้งการเปลี่ยนไปใช้ชิปเซต A16 โดยที่ iPhone 14 และ iPhone 14 Plus ได้ใช้แค่ชิปเซตรุ่นเก่าจาก iPhone 13 ตามด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, ขนาดของแบตเตอรี่ และคุณภาพของการถ่ายภาพ

เป็นความจริงอยู่ว่า เมื่อนำสิ่งที่แอปเปิล “อัปเกรด” ให้กับ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เทียบกับคู่แข่งตัวเป้งอย่างซัมซุง ก็คงต้องยอมรับความจริงว่า ฟากฝั่งซัมซุงมีความสดใหม่กว่า อีกทั้งยังมีความกล้าที่จะเปิดตัวนวัตกรรมมือถือที่แตกต่างไปจากท้องตลาด

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ที่แอปเปิลเรียกว่าเป็น “Killing Feature” ยังคงตามหลังซัมซุง รวมถึงผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสายพันธุ์แอนดรอยด์ (Android) รุ่นอื่นพอสมควร

อย่างไรก็ตาม แอปเปิล เป็นแบรนด์ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นอย่างมาก โดยพลันที่มีการเปิดตัว iPhone 14 และ iPhone 14 Pro ก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการอัปเกรด เปลี่ยนจากไอโฟนรุ่นเก่าไปสู่ไอโฟน 14 รุ่นใหม่

เพียงแต่คำว่า “ไอโฟนรุ่นเก่า” เรามีความจำเป็นต้องย้อนกลับไปดูว่า ไอโฟนรุ่นที่ว่านั้นเป็นรุ่นใด

ใจความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มันดันเกิดขึ้นเฉพาะ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เท่านั้น

โดยเฉพาะการเปลี่ยนรอยบากจาก Notch ไปเป็น Dynamic Island, กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และชิปเซต A16 Bionic ที่คราวนี้ ใช้ชิปใหม่เฉพาะรุ่น Pro อย่างเดียว ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

iPhone 14

ฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Dynamic Island คงต้องยกย่องความชาญฉลาดของแอปเปิลไปเลยเต็มๆ เพราะการนำรอยบากที่เป็นสิ่งอัปลักษณ์บนมือถือมาตั้งแต่ iPhone X แปรเปลี่ยนมาเป็นการนำเสนอในรูปแบบของแอนิเมชัน เพื่อทำหน้าที่แสดงผลของแอปพลิเคชันต่างๆ กลายเป็นความสวยงามที่ลงตัวไม่น้อยเลยทีเดียว

ถ้าหากไม่นับกลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้งานแอนดรอยด์ แล้วมองเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานไอโฟน สิ่งที่เรียกว่า ความใหม่ที่มากับ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ก็น่าจะเพียงพออยู่ไม่น้อยที่จะเชื้อเชิญให้เจ้าของไอโฟนตกรุ่นหลายต่อหลายรุ่น กระโดดข้ามเจน (Generation) มาใช้งาน iPhone 14 Pro

ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเป็นเจ้าของ iPhone 13 ในเวลานี้ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือการเปลี่ยนไปใช้ iPhone 14 และ iPhone 14 Plus

เพราะทั้งสองรุ่นนี้ไม่ได้มีความแตกต่างจาก iPhone 13 มากนัก ข้ามไปเล่น iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ขณะที่เจ้าของ iPhone 12 การเปลี่ยนไปเป็น iPhone 14 และ iPhone 14 Plus นับเป็นทางเลือกที่โอเค เพราะอย่างน้อย iPhone 14 ก็มีกล้องที่ดีขึ้น,

ชิปเซตที่สามารถประมวลผลได้ไวขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าคิดจะถือ iPhone 12 เพื่อเดิมพันการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นใน iPhone 15 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าโอกาสที่ iPhone 15 แอปเปิลจะเปลี่ยนจากเทคโนโลยี Lightning ไปเป็น USB-C ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สหภาพยุโรปประกาศบรรลุใช้กฎหมายที่ให้พอร์ต USB-C เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการชาร์จสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง และเครื่องเล่นเกมคอนโซล ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2024 (ราวปลายเดือนกันยายน จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน)

ด้วยกฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ แอปเปิล ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัว iPhone 15 ในเดือนกันยายน ปี 2023 อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ USB-C ก่อนหน้าเส้นตายการบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป

iPhone 14

ทั้งหมดนั้นทำให้เทคโนโลยี Lightning ของแอปเปิล ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน iPhone 5 ปี 2012 สิ้นสุดวงจรชีวิตเอาไว้ที่ 11 ปี

ดังนั้นแล้ว ถ้าให้สรุปแบบให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด คนที่ควรซื้อ iPhone 14 มากที่สุดเป็นรายแรกๆ (ถ้าหากอยากจะเปลี่ยนมือถือ) ก็คือ คนที่กำลังถือ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ด้วยเหตุผลที่ว่า ทั้งสองโมเดลตกรุ่นมาไกลมากแล้ว และใกล้ที่จะถูกปลดระวางจากแอปเปิลอย่างเร็วที่สุดก็คือปลายปีหน้า

ตามด้วยเจ้าของ iPhone 11, iPhone X, iPhone Xs และ iPhone XR การเปลี่ยนไปเป็น iPhone 14 ชั่วโมงนี้ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เลว

ส่วน iPhone 12 มีความจำเป็นต้องคิดและพิจารณาเพิ่มสักนิด เพราะว่าถ้าหากคุณสามารถยื้อการใช้งาน iPhone 12 ต่อไปได้ แล้วค่อยอัปเกรดครั้งใหญ่ไว้กับ iPhone 15 ในปี 2023 ก็จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าสำหรับปีนี้

ยกเว้นแต่ว่า ถ้าหากตัวเครื่อง iPhone 12 ของคุณ ถลอกปอกเปิก อีกทั้งแบตเตอรี่ก็เสื่อมจนเริ่มใช้งานไม่ไหวแล้ว ตัวเลือกที่มีชื่อว่า iPhone 14 และ iPhone 14 Pro ก็มีน้ำหนักในการตัดสินใจมากพอที่จะถึงคราวเปลี่ยนมือถือ

iPhone 14

สุดท้ายก็คือ iPhone 13 ซึ่งเพิ่งตกรุ่นมาหมาดๆ หากไม่รีบร้อนอะไร สามารถใช้งานไปได้เรื่อยๆ จนกว่า iPhone 15 จะเปิดตัวในปีหน้า

แต่ถ้าหากต้องการลองของใหม่ การวางเป้าหมายไปที่ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เพื่อได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของ Dynamic Island และไม่มีปัญหาในเรื่องของราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็ลุยได้เลย

 

อ่านบทความอื่นๆ »» BEAUT

ผู้สนับสนุน » »คลิ๊ก


กดแชร์